fbpx

ครีมกันแดดแบบไหนจะมาแรงที่สุดในปี 2020 (โดยควอลิตี้โพล)

ครีมกันแดดแบบไหนจะมาแรงที่สุดในปี 2020

ควอลิตี้โพลจะพาไปเจาะลึกพฤติกรรมการเลือกซื้อครีมกันแดดในปี 2020 ที่ได้ทำการสำรวจและวิเคราะห์จากข้อมูลของผู้บริโภคทั่วประเทศ เป็นข้อมูลที่จะทำให้เข้าใจถึงนักช้อปที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคนี้ นักช้อปจะเลือกซื้อครีมกันแดดทาหน้าอย่างไรไม่ว่าจะเป็นราคาที่นักช้อปส่วนใหญ่ยอมจ่าย สถานที่ที่นักช้อปสายบิ้วตี้ชอบไป ครีมกันแดดแบบไหนที่เป็นสุดยอดของฮอตฮิต ควอลิตี้โพลได้นำข้อมูลที่มีประโยชน์กับใครหลายๆคนมาแชร์ให้ทุกคนได้รู้แล้วที่นี่

ควอลิตี้ เทรนด์กันแดด
ควอลิตี้ เทรนด์กันแดด

ครีมกันแดดยอดนิยมจากควอลิตี้โพล

  • 50 เปอร์เซ็นต์ของนักช้อปครีมกันแดดจะซื้อกันแดดทุก 2 – 3 เดือน
  • 45 เปอร์เซ็นต์ของนักช้อปจะซื้อกันแดดราคา 300 – 600 บาท
  • 50 เปอร์เซ็นต์จะเลือกครีมกันแดดจากค่า SPF ก่อนแต่
  • 45 เปอร์เซ็นต์ของนักช้อปเลือกซื้อกันแดดที่เป็นเนื้อครีม
  • 88 เปอร์เซ็นต์เลือกครีมกันแดด SPF 50 หรือมากกว่านั้น
  • 44 เปอร์เซ็นต์นักช้อปจะเลือกช้อปที่ร้านเครื่องสำอางโดยเฉพาะ

89 เปอร์เซ็นต์พร้อมซื้อกันแดดมีสารสกัดจากธรรมชาติ

ถือว่าเป็นเทรนด์ความงามที่กำลังมาแรงกับการใช้สินค้าที่มาจากสารสกัดจากธรรมชาติ และเมื่อเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านงานวิจัยจากสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือแล้ว นักช้อปที่ทำแบบสำรวจพร้อมซื้อสินค้าประเภทนี้มากถึง 89 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งพวกเขาพร้อมจ่ายในราคาสูงเพื่อแลกกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่สามารถพิสูจน์ได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การแอบอ้างสรรพคุณเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ตามแบบสำรวจของควอลิตี้โพลพวกเขาสามารถจ่ายได้ถึง 600-900 บาทจากปกติที่นักช้อปส่วนใหญ่ซื้อครีมกันแดดในราคา 300-600 บาทในขนาด 30 มล.เท่ากัน จะเห็นได้ว่าค่าของนวัตกรรมที่มีมาตรฐานรับรอง นักช้อปให้นั้นมีราคาสูงกว่าเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับครีมกันแดดทั่วไปในท้องตลาด แสดงให้เห็นว่าหลักๆแล้วนักช้อปยังต้องการสินค้าที่มีคุณภาพที่เห็นผลชัดเจน แม้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อผลที่ลัพท์ที่ชัดเจนพวกเขาก็จะยอมจ่าย

แหล่งช้อปยอดนิยมของสายบิ้วตี้

ร้านขายสินค้าความงามโดยเฉพาะ (Specialty Store) อย่างวัตสัน อีฟแอนด์บอย ยังเป็นที่ยอดนิยมของนักช้อปกว่า 44 เปอร์เซนต์ที่ทางควอลิตี้โพลสำรวจมา และที่น่าสนใจคือสถานที่ช้อปยอดฮิตอันดับที่ 2 คือร้านค้าออนไลน์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นลาซาด้า ชอปปี้ หรือแม้กระทั้งซื้อของในเฟซบุค หรือไอจี ซึ่งร้านค้าเหล่านี้ให้ความสะดวกสบายในการซื้อของ และยังมีโปรโมชั่นมาล่อตาล่อใจอยู่เป็นประจำเลยทีเดียว อันดับที่ 3 ก็เป็นในห้างสรรพค้าชื่อดังอย่าง เซนทรัล โรบินสัน ที่มีเคาท์เตอร์แบรนด์หลากหลายให้เลือกซื้อ ด้วยการบริการที่ครบครันและบรรยากาศสบายๆ ยังคงทำให้เป็นที่นิยมของนักช้อปหลายคนเลยทีเดียว โดยลำดับเป็นสัดส่วนได้ดังต่อไปนี้

  1. ร้านขายเครื่องสำอางโดยเฉพาะ (44 เปอร์เซนต์)
  2. ร้านค้าออนไลน์ (24 เปอร์เซนต์)
  3. ห้างสรรพสินค้า (19 เปอร์เซนต์)

คนมีเงินเหลือๆไปซื้อครีมกันแดดที่ไหนกัน?

ชี้กันให้ชัดๆไปเลยคนมีเงินชอบไปซื้อกันแดดที่ไหนเป็นพิเศษ จากข้อมูลที่ควอลิตี้โพลไปสอบถามมาแล้วนั้นคนที่ซื้อครีมกันแดดราคา 900 บาทขึ้นไปนั้นซื้อที่ห้างสรรพค้าอย่างโรบิสัน เซนทรัลกันมากถึง 44 เปอร์เซนต์เลยทีเดียวจะเห็นได้ว่าสินค้ามีราคาคนส่วนใหญ่ก็จะไปเดินซื้อกันในห้างเพราะได้การบริการที่ดี ได้คุยกับพนักงานขายแบบตัวต่อตัวทำให้แนะนำลูกค้าได้อย่างตรงจุดตามประเภทผิวทันที ส่วนหนึ่งเพราะราคาที่สูงทำให้นักช้อปหลายคนต้องได้ลองและมั่นใจได้ก่อนว่าครีมกันแดดที่ซื้อมาจะเหมาะกับผิวของตัวเอง เพราะกว่า 44 เปอร์เซ็นต์เลือกซื้อสินค้าจากเนื้อของผลิตภัณฑ์ด้วย

แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังไปเลือกซื้อสินค้าที่ร้านความสวยความงามอย่างวัตสัน อีฟแอนด์บอย กว่า 33 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว ทางออนไลน์ก็ยังคงติด 1 ใน 3 สถานที่เลือกซื้อเครื่องสำอางเช่นกันเป็นสัดส่วนที่มากถึง 22 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว ที่หน้าสังเกตุจากควอลิตี้โพลจะเห็นได้ว่าคนกลุ่มนี้ไม่ซื้อครีมกันแดดที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านอย่างเซเว่น โลตัสเอ็กเพลส กันเลย นั้นก็เพราะสินค้าส่วนใหญ่ในร้านประเภทนี้จะมีราคาไม่สูงมากนัก ดังนั้นถ้าอยากขายต้องอยู่ในที่ที่มีคนยอมจ่ายสินค้าราคาสูงเช่นกัน

แล้วนักช้อปแบบไหนชอบซื้อของในร้านสะดวกซื้อ?

ผู้ทำแบบสำรวจส่วนใหญ่ที่ซื้อครีมกันแดดในร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่ซื้อในราคา 100 – 300 บาทซึ่งจะแตกต่างกับกลุ่มนักช้อปที่ซื้อสินค้าราคาสูงในห้างสรรพสินค้า ถึงแม้ว่าคนกลุ่มนี้ก็ซื้อครีมกันแดดราคาเพียง 100 – 300 บาทแต่กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ซื้อครีมกันแดดบ่อยกว่า โดยส่วนมากแล้วนักช้อปกลุ่มนี้จะซื้อกันแดดเดือนละ 1 ครั้งและจะสนใจสินค้าที่ลดราคามีโปรโมชั่นเป็นพิเศษกว่านักช้อปกลุ่มคนอื่นๆ ถ้าจะทำสินค้าที่ประทับใจนักช้อปประจำร้านสะดวกซื้อแล้ว ต้องทำให้สินค้ามีราคาที่น่าสนใจ มีโปรโมชั่นเพื่อให้นักช้อปสนใจเป็นระยะ หลังจากที่สินค้าเป็นที่รู้จักและติดตลาดแล้วการทำกำไรจากนักช้อปที่นี่จะเป็นเรื่องไม่เกินเอื้อมแน่นอน

SPF ยิ่งเยอะยิ่งชอบ แต่ยิ่งดีจริงหรอ?

ครีมกันแดดตัวไหนยิ่งมี SPF เยอะนักช้อปยิ่งสนใจกว่ากันแดดที่มีค่า SPF น้อย กว่า 83 เปอร์เซนต์ของผลสำรวจทำให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่คิดว่าค่า SPF ยิ่งสูงยิ่งดี นี่อาจจะเป็นเพราะว่าคนส่วนใหญ่มองว่าประเทศเราแดดแรงต้องใช้กันแดดที่กันแดดแรงๆได้ และกว่า 88 เปอร์เซนต์ซื้อครีมกันแดดที่มีค่า SPF มากกว่า 50 หรือ 50 ขึ้นไป ถ้าครีมกันแดดมีค่าแค่ 15 หรือ 30 ก็อาจจะทำให้สินค้าไม่เป็นที่หน้าสนใจ เพราะเมื่อเทียบราคาใกล้เคียงกันแล้วนักช้อปหลายคนต้องเลือกของที่มีประสิทธิภาพมากกว่าอย่างแน่นอน

แต่ความในความเป็นจริงแล้วค่า SPF สูงๆไม่ใช่ว่าดีเสมอไป จากบทสัมภาษณ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและศาตร์แห่งการชะลอวัยในรายการ Beauty Decode ตอนที่ 3 ได้ให้ความรู้ว่าค่า SPF สูงเป็นสาเหตุหนึ่งของการระคายเคืองผิวและสามารถทำให้เกิดอาการแพ้สารเคมีเนื่องจากได้รับสารเคมีเกินความจำเป็น ซึ่งคุณหมอได้แนะนำว่าถ้าผิวคนเอเชียอมเหลืองแบบคนไทยใช้ SPF 30 ก็เพียงพอกับการปกป้องแล้ว หากต้องการความรู้เพิ่มเติมในการเลือกกันแดด สามารถดูเพิ่มเติมได้ในรายกาย Beauty Decode ตอนที่ 3

เข้าใจ เข้าถึง เข้าสู่ยุคใหม่ที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยข้อมูลเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจสุขภาพและความงามโดยควอลิตี้โพล (Quality Poll)
ลอกอินเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ แบบสำรวจพฤติกรรมการเลือกซื้อครีมกันแดด
สำรวจเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562

แบ่งปัน: