fbpx

3 เหตุผลเจ้าของแบรนด์ควรรู้ :

ทำไมเครื่องสำอางต้องทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์และความเข้ากันของบรรจุภัณฑ์ (Stability And Compatibility Test)

  1. สร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้า
  2. สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยกับผู้บริโภค
  3. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์

 

การทดสอบความคงตัวและความเข้ากันของผลิตภัณฑ์ (Stability And Compatibility Test) คืออะไร

      การทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์และความเข้ากันของบรรจุภัณฑ์ (Stability And Compatibility Test) คือ กระบวนการพัฒนาและการทดสอบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้น ให้คงคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน

การทดสอบความคงตัว (Stability Test)

     เป็นกระบวนการทดสอบผลิตภัณฑ์ทางกายภาพ คุณสมบัติทางเคมีไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง และการเกิดการปนเปื้อนในเนื้อของผลิตภัณฑ์เช่น การเปลียนสี, กลิ่น, เนื้อผลิตภัณฑ์เกิดการแยกชั้น

การทดสอบความคงตัว (Stability Test)

 
 การทดสอบความเข้ากันของบรรจุภัณฑ์ (Compatibility Test)

     เป็นกระบวนการทดสอบความเข้ากันระหว่างเนื้อผลิตภัณฑ์กับบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุ เพื่อไม่เกิดการทำปฏิกิริยา โดยการทดสอบนั้น เป็นการทำการทดสอบคุณลักษณะทางเคมี ทางกายภาพ และทางชีวภาพของสูตรตำรับ หรือสูตรผลิตภัณฑ์นั้น

การทดสอบความเข้ากันของบรรจุภัณฑ์ (Compatibility Test)

 
วิธีการทดสอบความคงตัวและความเข้ากันของผลิตภัณฑ์ (Stability And Compatibility Test)

    วิธีการทดสอบความคงตัว (Stability Test) เป็นกระบวนการพัฒนาและทดสอบคุณสมบัติของตัวผลิตภัณฑ์ให้คงคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพ คุณสมบัติทางเคมี และ ขั้นตอนการทดสอบความคงตัวของเครื่องสำอางจะเก็บตัวอย่างตามสภาวะที่กำหนด แบ่งเป็น 6 สภาวะ(วัดค่าคุณภาพเฉพาะ ค่าคุณภาพทางเคมี ค่าความหนืด ค่าสี) ได้แก่

วิธีการทดสอบความคงตัวและความเข้ากันของผลิตภัณฑ์ (Stability And Compatibility Test)

 

  1. การทดสอบในอุณหภูมิ 4 ˚C นาน 3 เดือน
  2. การทดสอบในอุณหภูมิ 45 ˚C นาน 3 เดือน
  3. การทดสอบในอุณหภูมิห้อง (30 ˚C) นาน 3 เดือน
  4. การทดสอบในสภาวะเร่งอุณหภูมิต่ำสลับอุณหภูมิสูง ( 4 ˚C / 45 ˚C ) ทดสอบ 2 วัน สลับกัน 7 รอบ
  5. การทดสอบในแสงหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์นาน 1 เดือน
  6. การทดสอบในแสงจากดวงอาทิตย์นาน 1 สัปดาห์
แบ่งปัน: