fbpx

5 เทคนิคง่าย ๆ เริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางควรรู้

5 เทคนิคง่าย ๆ เริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางควรรู้

สำหรับคนที่กำลังมองการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง แต่ไม่ทราบจะตัดสินใจทำธุรกิจอะไร เนื่องจากกังวลเรื่องเงินลงทุน เรื่องของเวลา และไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ในการทำธุรกิจเลย

วันนี้เราขอแนะนำการทำธุรกิจเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นธุรกิจที่ง่ายแสนง่ายสำหรับการเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจ เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาผลิตสินค้าเอง เงินลงทุนต่ำ มีตัวอย่างผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเครื่องสำอางที่ประสบความสำเร็จเป็นจำนวนมาก  สินค้าเป็นที่ต้องการและจำเป็นของผู้บริโภคในยุคดิจิตอล  และสามารถต่อยอดขยายไปตลาดต่างประเทศได้

 

5 เทคนิคง่าย ๆ การเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอาง ได้แก่

 

1. เรื่อง ต้นทุน

ในการทำผลิตภัณฑ์เครืองสำอางเราจะต้องทราบเกี่ยวกับต้นทุนผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของเราเพื่อใช้สำหรับการนำไปกำหนดโครงสร้างราคาขาย และวางแผนกำไรของเรา ซึ่งต้นทุนนี้ประกอบไปด้วย

  • ต้นทุนคงที่  ได้แก่  ต้นทุนที่ผันแปรไปตามปัจจัยอื่น ๆ เช่น เนื้อครีม, ค่าจดอย.,ค่าออกแบบ และค่าจดผู้จัดจำหน่าย เป็นต้น
  • ต้นทุนผันแปร  ได้แก่ ต้นทุนที่ผันแปรไปตามจำนวน หรือประเภทและคุณภาพของสินค้า เช่น บรรจุภัณฑ์, กล่อง, ฉลาก เป็นต้น

2. กลุ่มเป้าหมายของสินค้า

กลุ่มเป้าหมายของสินค้า หมายถึง กลุ่มลูกค้าที่เราต้องการขาย และกลุ่มลูกค้านั้นก็ต้องการ และกำลังมองหาสินค้าของเราเพื่อนำไปตอบโจทย์ และแก้ไขปัญหาบางอย่างของลูกค้า เช่น กลุ่มลูกค้าที่เป็นสิวก็จะมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้สิวหาย  หรือกลุ่มลูกค้าที่ต้องการผลิตภัณฑ์ช่วยลดปัญหาเรื่องริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น ก็มักจะเลือกผลิตภัณฑ์ ที่มีสารสกัดที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย  ช่วยกระชับผิว  เป็นต้น

  • ในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายนั้นเราควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และไม่ควรกว้างมากเกินไป เพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสารทางการตลาด  และการเจาะตลาดเพื่อสร้างยอดขายในอนาคตอีกด้วย

 

 

 

3. กำหนดผลลัพธ์ด้านผลิตภัณฑ์

หลังจากที่เลือกและกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนเรียบร้อยแล้ว  ลำดับถัดไปควรกำหนดประเภทของผลิตภัณฑ์โดยเริ่มจากกำหนดผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ เช่น ลดสิว ลดริ้วรอย ลดฝ้า กระ ให้ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

ซึ่งการกำหนดผลลัพธ์ผลิตภัณฑ์นั้นสามารถกำหนดผลลัพธ์ได้หลายผลลัพธ์แต่ในทางเทคนิคด้านการพัฒนาสูตร  แต่ควรกำหนดผลลัพธ์หลักที่โดดเด่นก่อน จากนั้นค่อยกำหนดผลลัพธ์รองลงมา เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับช่วยลดสิวเป็นผลลัพธ์หลัก และหน้ากระจ่างใส ไม่มัน เป็นผลลัพธ์รอง

  • นอกจากนี้ ยังสามารถกำหนดเกี่ยวกับฟังค์ชั่นการใช้งานของผลิตภัณฑ์ รวมถึงเนื้อครีมได้อีกด้วย  ซึ่งทางโรงงานผลิตจะมีทีมผู้เชียวชาญด้านผลิตภัณฑ์และการตลาดที่สามารถให้คำแนะนำด้านสูตรผลิตภัณฑให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าและเทรนด์ตลาดได้

4. กำหนดช่องทางการขาย

การกำหนดช่องทางการขายในปัจจุบันมี 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ ช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์

  • ช่องการขายแบบออนไลน์ที่นิยมใช้กัน คือ  Facebook , IG, Line@, เพราะสามารถสร้างเพจขึ้นมาได้ง่าย ๆ  และสามารถกำหนดและวางแฟนการทำโฆษณาได้เอง โดยสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่การทำโฆษณาได้ ทำให้ได้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับสินค้าได้ง่ายขึ้น  นอกจากนี้ ยังสามารถนำสินค้าไปฝากขายในระบบ E-commerce และ E- Market Place  เช่น Lazada, Shopee, Konvy, Evogue ได้อีกหนึ่งช่องทางด้วย
  • ช่องทางการขายแบบออฟไลน์ คือ การนำสินค้าไปฝากขายในห้างร้านชั้นนำต่าง ๆ เช่น Watson, Booth, Eveandboy Shopee ฯลฯ และร้านบิ้วตี้ เช่น Beauty Shop, Evogue Shop, เป็นต้น  ช่องทางนี้เหมาะกับผู้ที่มีเงินทุนสูงและผลิตสินค้าในจำนวนที่มาก เนื่องจากในการนำสินค้าเข้าห้างร้านชั้นนำจะต้องมีค่าแรกเข้า , Listing Fee , ค่าเปิดบัญชี นอกจากนี้เจ้าของแบรนด์จะต้องเสียค่า GP ในการขายสินค้า แต่ในช่องทางการขายที่เป็นช่องทางที่ให้โอกาสทางการขายและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์

5. การทำการตลาดและการโปรโมทสินค้าด้วย Influencer

ในการทำการตลาดและการโปรโมทสินค้าสำหรับธุรกิจเครื่องสำอางนั้น เจ้าของแบรนด์ส่วนใหญ่นิยมใช้วิธีการจ้าง Influencer รีวิวสินค้าของตนเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อให้กับแบรนด์ แทนที่การจ้างดารา เซเลป ในสมัยก่อน เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันไม่เชื่อถือการรีวิวจากดารา เซเลปอีกต่อไป

การใช้รีวิวของ Influencer สามารถสร้างความน่าเชื่อถือมากที่สุด การโพสต์ก่อนใช้ และหลังใช้ผลิตภัณฑ์ ณ ปัจจุบันมีโรงงานผลิตที่ให้บริการจัดหา Influencer ทั้งในและต่างประเทศ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ได้

แบ่งปัน:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •